Technical Article · HVAC Engineering
Design Concept

HVAC System
New Office Building of [COE]

Innovative Design Concept for Future of the New Normal Building

First Author Nuttapon Prachasere
Second Author Patarong Kaiwatanapong
BIM Specialist Nichapa Kainark
Green Building Specialist Aryut Santawagomon
Published 22 March 2026
Organization Next-2nd Co., Ltd.
Dual-Temperature Chiller PM2.5 / Covid-19 Protection Semi Outdoor Space Ductless Terminal Unit 24/7 Operation BIM / Revit
ปกบทความ Design Concept HVAC System COE
Abstract

"อาคารที่ทำการสภาวิศวกร" เป็นอาคารที่ก่อสร้างใหม่บนถนนลาดพร้าวบริเวณปากซอย 54 ซึ่งเป็นอาคาร 7 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 9,000 ตารางเมตร และมีอาคารจอดรถอัตโนมัติแยกจากอาคารหลักจำนวน 78 คัน อาคารที่ทำการสภาวิศวกรจะเป็นอาคารที่ใช้ทางวิศวกรรม สร้างสภาพแวดล้อมให้กับผู้เข้าใช้อาคาร ให้มีสุขภาพดีปกป้องมลพิษต่างๆ จากภายนอกไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM2.5 หรือความร้อนจากปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat island effect) ซึ่งระบบปรับอากาศระบายอากาศดีในอาคารที่ทำการสภาวิศวกรมีบทบาทสำคัญที่จะมีหน้าที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ภายในใต้แนวความคิดอาคารสาธารณะและสำนักงาน 24/7 (24 ชม 7 วัน) ซึ่งระบบปรับอากาศจะไม่มีการหยุดระบบตลอดอายุการใช้งานอาคาร รวมถึงระบบปรับอากาศในอาคารจะเป็นแนวทางในการอนุรักษ์พลังงาน ที่เหมาะสมสำหรับ อาคารที่ตั้งในภูมิภาคร้อนชื้นแถบศูนย์สูตร

รูปแสดงพื้นที่บริเวณโถงต้อนรับสภาวิศวกร
Figure 1. รูปแสดงพื้นที่บริเวณโถงต้อนรับสภาวิศวกร
I

ntroduction

บทนำ

การออกแบบอาคารสาธารณะหรืออาคารสำนักงานที่มีผู้เข้าใช้อาคารจำนวนมากปัจจัยที่คำนึงถึงตั้งแต่อดีต คือการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และระบบปรับอากาศระบายอากาศที่ใช้พลังงานกว่า 70% ของอาคารจะเป็นสิ่งที่ต้องถูกกล่าวถึงเสมอ อุปกรณ์ประหยัดพลังงานถูกนำมาใช้ในหลายรูปแบบซึ่งในบางกรณีอาจจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้จากตะวันตก ซึ่งภูมิอากาศที่แตกต่างกัน บางครั้งจึงอาจจะไม่เหมาะสมในภูมิอากาศร้อนชื้นแถบศูนย์สูตร (Tropical Climates) อีกทั้งในปัจจุบันปัญหาเรื่องมลพิษภายนอกที่กระทบต่อตัวอาคารเพราะผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝุ่น PM 2.5 หรือจะเป็นการระบาดของไวรัสโควิท 19 (COVID-19) และในอนาคตจะต้องมีปัญหาใหม่ ที่จะเกิดขึ้น การออกแบบอาคารจึงต้องคำนึงถึงและสามารถปรับเพื่อรองรับปัญหาใหม่ๆ ได้ด้วย ซึ่งแนวทางสร้างสภาวะสิ่งแวดล้อมที่ให้ผู้ใช้อาคารมีสุขภาพดี (Well being) ถูกพูดถึงมากขึ้น และต่อไปการเข้าใช้อาคารไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ทำกิจกรรม ค้าขาย หรืออยู่อาศัยในอาคารภายใต้ระบบปรับอากาศในเวลานานหลายชั่วโมง คำถามมีอยู่ว่า "เรากำลังอยู่ในที่ปลอดภัยหรือไม่" จากผู้ใช้อาคารจะดังขึ้นเรื่อยๆ

การออกแบบระบบปรับอากาศระบายอากาศในที่ทำการสภาวิศวกรพยายามจะออกแบบให้เหมาะสมกับภูมิอากาศในประเทศไทยที่เป็น (Tropical Climate) ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อปฏิบัติตามมาตรฐานการออกแบบจะต้องการนำอากาศบริสุทธิ์ที่มีทั้งความร้อนและความร้อนสูง มาใช้เป็นอากาศบริสุทธิ์เติมเข้าอาคาร โดยจะต้องใช้พลังงานเพื่อลดอุณหภูมิและความชื้นมาก ซึ่งปริมาณการใช้พลังงานจะมากกว่าประเทศตะวันตกหลายเท่าตัวเนื่องจากสภาพอากาศที่แต่ตางกัน อีกทั้งการสร้างสภาวะอากาศที่ดีในอาคารยังต้องการปริมาณอากาศบริสุทธิ์เพิ่มมากกว่ามาตรฐานออกแบบปกติอย่างน้อย 30% ทั้งเหตุผลการสร้างสุขสภาวะที่ดี (Well being) และการอนุรักษ์พลังงาน ระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูงจะต้องถูกเลือกใช้ในกรณีนี้ อาคารที่ทำการสภาวิศวกรเลือกใช้ระบบทำน้ำเย็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (CHILLER WATER COOL SYSTEM) ซึ่งสามารถทำค่าพลังงานต่อตันความเย็นได้ดีมาก (KW/TON)

ในด้านของระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ออกแบบให้มีการแยกเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ (DEDICATED OUTSIDE AIR UNIT) โดยเฉพาะและมีกำลังจ่ายอากาศบริสุทธิ์มากกว่ามาตรฐานกำหนด 30% ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเพื่อลดการใช้พลังงานและ (DOAS) เครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกัน PM 2.5 และเป็นอุปกรณ์หลักในการสร้างสภาวะอากาศภายในอาคารให้เป็นอาคาร 24/7

สิ่งที่คุ้นเคยในระบบปรับอากาศที่อาจจะไม่มีในอาคารที่ทำการสภาวิศวกรแห่งนี้คือ ท่อส่งลมเย็น, ท่อลมกลับ เครื่องปรับอากาศน้ำเทน้ำทิ้งหมดในอาคารจะไม่ใช้ท่อลมเพื่อลดปัญหาการสะสมของฝุ่นและเชื้อราในท่อลม คงจะมีท่อเติมอากาศบริสุทธิ์ที่มีการปรับสภาวะให้อากาศแห้งผ่านท่อเท่านั้น

D

ual-Temp Dual-Loop
Chiller Plant System

ระบบผลิตน้ำเย็นแบบสองอุณหภูมิสองวงจร

เนื่องจากความต้องการพลังงานในระบบปรับอากาศและระบายอากาศเป็น 70% ของพลังงานรวมทั้งอาคาร จึงต้องเลือกใช้ระบบปรับอากาศและระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงแม้อาคารที่ทำการสภาวิศวกรจะเป็นอาคารที่มีพื้นที่ไม่ถึง 10,000 ตารางเมตร หรือไม่ใช่อาคารใหญ่พิเศษ แต่ยังคงเลือกระบบผลิตน้ำเย็นและใช้เครื่องทำน้ำเย็นแบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งจะให้ประสิทธิภาพการทำงานที่สูง

เครื่องทำน้ำเย็นที่เลือกใช้เป็นเครื่องทำน้ำเย็นในเทคโนโลยีที่ทันสมัยพัฒนาจากเดิม คอมเพรสเซอร์จะเป็นชนิดใช้น้ำมันขับเคลื่อนด้วยพลังแม่เหล็ก (MAGNETIC OIL FREE COMPRESSOR)

Magnetic Oil Free Compressor
Figure 2. รูปแสดง Magnetic Oil Free Compressor

ซึ่งมีค่าการใช้พลังงาน kw/ton เป็นที่น่าพอใจโดยต่ำกว่า 0.6 kw/ton ตามสภาวะอากาศของประเทศไทยซึ่งจะมีขนาดภาระการทำความเย็นประมาณ 280 ตันความเย็น และเลือกเครื่องทำน้ำเย็นขนาด 150 ตันความเย็น 3 ชุด การออกแบบวงจรท่อน้ำเย็นและการผลิตอุณหภูมิน้ำเย็นจะแยกเป็น 2 วงจร โดยวงจรน้ำเย็นอุณหภูมิต่ำสำหรับเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์และศูนย์คอมพิวเตอร์จะคงที่ 7.2 °C (45°F) และวงจรน้ำเย็นอุณหภูมิสูงสำหรับพื้นที่ทั่วไปทั้งหมดจะแปรผันตามอากาศภายนอกและฤดูกาลที่อุณหภูมิ 7.2 °C - 10 °C (45–50°F)

Low Temp Circuit

สำหรับ DOAS และ Server Room
อุณหภูมิคงที่ 7.2°C (45°F)

High Temp Circuit

สำหรับพื้นที่สำนักงานทั่วไป
แปรผัน 7.2–10°C (45–50°F)

Energy Saving

ประหยัดพลังงานได้ 10–35% จากการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้น

โดยควบคุมการสั่งอุณหภูมิน้ำเย็นจากระบบควบคุมอัตโนมัติซึ่งจะประมวลผลของอุณหภูมิและความชื้นทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร จึงจะส่งกำหนดค่าอุณหภูมิน้ำเย็น ส่วนวงจรน้ำเย็นอุณหภูมิสูง เพื่อให้ประหยัดพลังงานสูงสุด แต่การออกแบบเช่นนี้เครื่องปรับอากาศจะต้องเลือกขนาดใหญ่ขึ้น ที่สามารถรองรับน้ำเย็นอุณหภูมิสูง แล้วยังคงทำความเย็นให้กับพื้นที่ได้ ซึ่งแทบจะ 70% ของเวลาทั้งปีจะรับน้ำเย็นที่อุณหภูมิ 10 °C (45–50°F)

การแบ่งวงจรน้ำเย็นและอุณหภูมิที่ต่างกันสามารถให้ลดการใช้พลังงานจากการผลิตน้ำเย็นได้ประกอบกับด้านปรับอากาศ (AIR SIDE) ออกแบบให้มีเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ (DOAS) เป็นตัวจัดการความชื้นและเติมอากาศบริสุทธิ์ที่แห้งเข้ามาในอาคาร ความชื้นที่เกิดจากคนและปัจจัยในอาคารจะมีไม่สูงมากทำให้เราสามารถยกอุณหภูมิน้ำเย็นในวงจรที่จ่ายพื้นที่สำนักงานได้โดยยังควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตามที่ต้องการ

เราจะเห็นการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้นเพื่อประหยัดพลังงานในอาคารขนาดใหญ่ของประเทศไทยเสมอเป็นวิธีการที่ทำกันอยู่แล้ว เพราะการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้นมีผล ลดการทำงานของคอมเพรสของเครื่องทำน้ำเย็นโดยตรงส่งผลให้สามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 10–35% ขึ้นกับการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นที่ปรับให้สูงขึ้น แต่ในระบบทำเย็นปกติที่ใช้กันในประเทศไทยจะเป็นวงจรเดียวอุณหภูมิเดียว ฉะนั้นการปรับอุณหภูมิน้ำเย็นให้สูงขึ้นเพื่อจะประหยัดพลังงาน จะมีผลเสียกับประสิทธิภาพการลดความชื้นของเครื่องปรับอากาศทันทีมีผลให้ความชื้นในอาคารสูงขึ้น จนบางครั้งเกิดปัญหาเชื้อราในอาคารตามมา เพื่อให้เหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นแถบศูนย์สูตร การออกแบบระบบทำน้ำเย็น (CHILLER PLANT) จะเป็นระบบผลิตน้ำเย็นแบบ สองอุณหภูมิน้ำเย็นสองวงจรท่อส่งน้ำเย็น (DUAL TEMPERATURE DUAL LOOP Chiller Plant, DTDL)

ในด้านของระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ออกแบบให้มีการแยกเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ (DEDICATED OUTSIDE AIR UNIT) โดยเฉพาะและมีกำลังจ่ายอากาศบริสุทธิ์มากกว่ามาตรฐานกำหนด 30% ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเพื่อลดการใช้พลังงานและ (DOAS) เครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ยังเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกัน PM 2.5 และเป็นอุปกรณ์หลักในการสร้างสภาวะอากาศภายในอาคารให้เป็นอาคาร 24/7

ไดอะแกรมแสดงการทำงานของ Chiller แบบสองอุณหภูมิ
Figure 3. ไดอะแกรมแสดงการทำงานของ Chiller แบบสองอุณหภูมิ
D

OAS (Dedicated Outdoor Air System)

ระบบเติมอากาศบริสุทธิ์โดยเฉพาะ

การสร้างสภาวะอากาศที่ดีต้องสุขภาพเป็นสิ่งที่จำเป็นมากขึ้นในปัจจุบันเนื่องจากปัญหาจากสภาวะแวดล้อมเป็นพิษมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากฝุ่นควัน PM 2.5 ที่มีทุกเมืองใหญ่ ปรากฏการณ์เกาะความร้อน (ISLAND HEAT) เป็นต้น

ในอาคารที่ทำการสภาวิศวกรออกแบบให้มีการเติมอากาศบริสุทธิ์จากเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ที่แยกจากเครื่องปรับอากาศที่เรียกว่า DOAS (Dedicated outdoor Air System) ซึ่งจะติดตั้งที่ชั้น 7 ของอาคารและจ่ายอากาศบริสุทธิ์ไปยังจุดต่างๆ ของอาคารโดยเป็นการจ่ายตรงลงไปในพื้นที่หรือห้องที่ต้องการไม่จ่ายเข้าเครื่องปรับอากาศใดใดอีก ซึ่ง DOAS จะทำการรีดน้ำในอากาศบริสุทธิ์ให้มีปริมาณน้ำในอากาศบริสุทธิ์ต่ำกว่าปริมาณน้ำในอากาศของอาคาร เราจะได้อากาศบริสุทธิ์ที่แห้ง เติมเข้าอาคารไม่ก่อปัญหาเรื่องความชื้น

รูปแสดงความสัมพันธ์ของคุณภาพอากาศภายในอาคาร
Figure 4. รูปแสดงความสัมพันธ์ของคุณภาพอากาศภายในอาคาร

ปริมาณการเติมอากาศบริสุทธิ์เพื่อให้มีการสร้างสภาวะแรงดันอากาศเป็นบวกที่จะให้มีอัตราการเติมอากาศสูงกว่ามาตรฐาน ASHRAE 62.1 เพิ่มเป็นอีก 30% ซึ่งการเกิดแรงดันบวก DOAS จะติดตั้งแผงกรองอากาศ MERV 8 และ MERV 14 เพื่อกรองฝุ่น PM2.5 ก่อนเข้าอาคาร อากาศบริสุทธิ์ที่ไม่มีฝุ่น PM2.5 และช่วยสร้างแรงดันบวกให้กับอาคาร จะเป็นการป้องกันฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่อาคาร

ทั้งนี้การ DOAS เหมือนจะต้องใช้พลังงานสูงมาก แต่เมื่อพิจารณาเรื่องการอนุรักษ์พลังงาน จึงติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเช่น HEAT PIPE เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์แห้งไม่ก่อให้เกิดเชื้อราในท่อและติดตั้ง HEAT RECOVERY เพื่อนำพลังงานสูญเสียที่จะต้องเสียไปจากการระบายอากาศออกกลับมา ทำความเย็นชั้นแรกให้กับอากาศที่จะนำเข้าสู่อาคาร ในห้องที่มีคนใช้อาคารมากมาก เช่นห้องสอบ ห้องประชุมขนาด 300 ที่นั่งจะติดอุปกรณ์จับ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ควบคุมการจ่ายอากาศบริสุทธิ์ให้เหมาะสมเป็นการประหยัดพลังงาน

รูปแสดงเครื่อง DOAS
Figure 5. รูปแสดงเครื่อง DOAS
D

uctless Terminal Unit

ระบบปรับอากาศแบบไร้ท่อลม

เป็นที่พบเห็นทั่วไปสำหรับอาคารสำนักงานอาคารขนาดใหญ่การปรับอากาศจะใช้เครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่เรียกว่า AIR HANDING UNIT (AHU) พร้อมท่อส่งลมเย็นแต่จะพบปัญหาว่าจะเกิดความสกปรกในท่อลมและยากที่จะทำความสะอาด เนื่องจากอากาศเย็นที่ส่งออกจากคอยล์เย็นในเครื่องปรับอากาศนั้นจะมีความชื้นสูง 90–95% RH เมื่อผ่านไปยังท่อส่งลมเย็น ก็เกิดความชื้นเกิดสะสมฝุ่น เกิดเชื้อรา เพื่อสร้างสภาวะอากาศในอาคารให้ดีกับสุขภาพ จึงเลือกที่จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศเป็นชุดเป็นจุดจ่ายความเย็น โดยแทบไม่ใช้ท่อส่งลมเย็นเลยทั้งอาคาร เครื่องปรับอากาศที่ใช้เช่น ชนิด CASSTE TYPE 4-WAY หรือ 1-WAY แทนการเดินท่อลมทั้งหมด

อาคารสภาส่วนพื้นที่บันไดสรรจรระหว่างชั้น
Figure 6. อาคารสภาส่วนพื้นที่บันไดสรรจรระหว่างชั้น

อีกครั้งหากพิจารณาการส่งความเย็นด้วยท่อลมเย็นจะมีประสิทธิภาพต่ำกว่ามีการสูญเสียพลังงานไปกับพัดลมมากว่า การส่งความเย็นด้วยท่อน้ำเย็น พลังงานที่สูญเสียกับเครื่องสูบน้ำจะน้อยกว่า เครื่องปรับอากาศทั้งโครงการเป็นแบบครบชุด (complete set) โดยจะติดตั้งอุปกรณ์เช่น วาล์ว PICV วาล์ว มาจากโรงงานผู้ผลิต

ซึ่งทุกพื้นที่ของอาคารไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องกรองอากาศใดใดอีก หากในฤดูกาลที่ ไม่มีปัญหาเรื่องฝุ่น PM2.5 เราก็สามารถถอดแผงกรองอากาศคุณภาพสูง MERV14 ไปเก็บ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้อาคาร

D

ay-Night Operating

การทำงาน 24/7 ตลอดเวลา

อาคารที่ทำการสภาวิศวกรจะเป็นอาคารที่รักษาสภาพแวดล้อมในอาคารที่เสริมสร้างสุขภาพที่ดีแก่ผู้ใช้อาคาร ซึ่งจะคงสภาพสุขสภาวะที่ดีได้นั้นระบบปรับอากาศในอาคารจะต้องไม่มีการปิดระบบปรับอากาศ ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นปกติกับอาคารอื่นที่เป็นอาคารสำนักงานเหมือนกันคือ มักจะปิดระบบปรับอากาศในเวลาเลิกงานหรือเวลากลางคืนและปิดระบบทั้งวันในวันหยุด ซึ่งผลร้ายของการปิดระบบปรับอากาศจะทำให้ฝุ่นความชื้น การก่อตัวของเชื้อราต่างๆ เกิดขึ้น

การออกแบบอาคารที่ทำการสภาวิศวกร จะมีการเดินระบบปรับอากาศ ตลอดทั้ง 24/7 หรือ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ แต่ในช่วงเวลาที่มีการใช้อาคารน้อยหรือวันหยุด ระบบปรับอากาศจะทำงานเฉพาะบางส่วน คือ เครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์จะทำงานอยู่แต่จะปรับการทำงานให้เพียงรักษาแรงดันเป็นบวกให้กับอาคาร ซึ่งการที่ไม่มีคนเข้าออกมากนักจะไม่มีการ เปิด-ปิด ประตูให้เสียแรงดัน จะจ่ายอากาศบริสุทธิ์ที่ รักษาอุณภูมิและความชื้น อยู่ในเกณฑ์ 28–30°C 50–60%RH เพื่อรักษาสภาพอาคารให้มีการถ่ายเทอากาศเปรียบเสมือนตัวอาคารยังคงหายใจตลอดเวลา

D

exterity Chiller Plant System

ระบบควบคุมอัจฉริยะ

เนื่องจากอาคารสภาวิศวกรจะมีความซับซ้อนในการควบคุมการทำงานระบบปรับอากาศ การสั่งการทำงานของเครื่องน้ำเย็นอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมงตลอดเวลา เพื่อให้มีประสิทธิภาพและอีกทั้งให้สามารถตรวจสอบการใช้พลังงาน ของระบบปรับอากาศและแสดงผลให้กับผู้ใช้อาคารได้จึงออกให้ระบบควบคุมโรงผลิตน้ำเย็นและระบบปรับอากาศติดตั้งระบบสั่งการที่ห้องควบคุมชั้น 1 และโปรแกรม Chiller Plant Management แบบ Web base ซึ่งจะสามารถควบคุมจากการเข้า LOG IN ผ่านระบบ INTERNET จากที่ไหนก็ได้สำหรับผู้ที่มีรหัสผ่าน และแสดงผลให้เห็นทางจอ LED ชั้น 1 เพื่อให้ผู้ใช้อาคารได้ทราบถึงระบบที่ทำงาน

นอกจากการควบคุมของระบบควบคุมเครื่องผลิตน้ำเย็นและระบบปรับอากาศอัตโนมัติจะควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องสูบน้ำ หอระบายความร้อน เครื่องทำน้ำเย็น ยังควบคุม เครื่องปรับอากาศทั้งหมดของอาคาร

แม้เครื่องปรับอากาศที่ใช้จะมีขนาดเล็ก โดยเลือกอุปกรณ์ควบคุม (THEEMO START CONTROL) ที่มีความสามารถสื่อสารกับระบบควบคุมเครื่องผลิตน้ำเย็นและระบบปรับอากาศอัตโนมัติได้โดยตรง ต่อเข้าระบบควบคุมอัตโนมัติทั้งหมด

S

emi-Out Door Space

พื้นที่กึ่งกลางแจ้ง ชั้น 5

สำหรับอาคารที่ทำการสภาวิศวกร จะมีบริเวณชั้น 5 ที่จัดให้มีพื้นที่เปิดกึ่งกลางแจ้ง (SEMI OUTDOOR) พื้นใช้ในกิจกรรมกึ่งการแจ้ง ให้เป็นที่พักผ่อน กึ่งสวนในอาคาร และสามารถใช้เป็นที่จัดรับประทานอาหาร ในช่วงเที่ยงของสมาชิกที่เข้ามา สอบหรือสัมมนา การจัดทานอาคารในพื้นที่เปิดกึ่งกลางแจ้ง จะช่วยป้องกันปัญหาที่มักจะเกิดจากการทานอาคารในพื้นที่ปรับอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลิ่น ความชื้นที่เกิด และขยะ ที่จะตามมา

แต่การใช้พื้นที่นี้ที่ไม่มีระบบปรับอากาศแบบเต็มรูปแบบ ให้ผู้ใช้งานมีความสบาย สามารถทำกิจกรรมได้จึงมีการออกแบบระบบเพื่อเติมในพื้นที่เปิดกึ่งกลางแจ้ง

บริเวณกระถาง ต้นไม้และผนังต้นไม้ที่ใช้ต้นไม้จริง (ในโครงการนี้จะไม่มีการใช้ต้นไม้พลาสติก) เป็นการเพิ่มออกซิเจนในบริเวณนั้น จะติดตั้ง ระบบความชื้นผนังต้นไม้ DEHUMIDIFIED GREEN WALL ใช้การกลั่นตัวของหยดน้ำในอากาศที่ผิวท่อน้ำเย็น เป็นน้ำสำหรับรดน้ำต้นไม้และช่วยลดความชื้น

เพิ่มการหมุนเวียน อากาศให้มีลมผ่านตัวผู้ใช้อาคาร โดยติดตั้งพัดลมเพดานแต่ เนื่องจากพื้นความสูงของชั้นนี้ไม่สูงมากนัก จึงเลือกใช้เป็น พัดลมเพดานแบบไร้ใบพัด BLADELESS CEILING FAN

แม้จะออกแบบติดอุปกรณ์ดังที่กล่าวมา ในความกังวลต่ออากาศร้อนในเวลาเที่ยงที่มีอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะหน้าร้อนของประเทศไทย อาจจะไม่สามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่จึงออกแบบให้มีการจ่ายอากาศ เย็นโดยนำอากาศเย็นจากเครื่องเติมอากาศบริสุทธิ์ (Fresh air) ที่มีอุณหภูมิประมาณ 24–24 องศาเซลเซียส มาเพิ่มความเย็นผ่าน คอยล์เย็นที่ทำงานเฉพาะความร้อนสัมผัส 100% (100% sensible heat) เพื่อให้อากาศยังคงเป็นอากาศแห้ง แต่มีความเย็น โดยการจ่ายอากาศเย็น จะเป็นแบบ UFAD (Underfloor Air Distribution) หัวจ่ายแบบฝังพื้นจะจ่ายตามจุดนั่งพัก เพื่อสร้างความเย็นให้กับพื้นที่

พื้นที่ Semi Outdoor สำหรับการใช้งานกึ่งกลางแจ้งภายในสภาวิศวกร
Figure 7. รูปแสดงพื้นที่ส่วน Semi Outdoor เพื่อการใช้งานกึ่งกลางแจ้งภายในสภาวิศวกร
D

igitalized Building Information (BIM)

เทคโนโลยี Building Information Modeling

เมื่อต้องการ การออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความขัดแย้งของแบบ ในโครงการนี้จึงมีนำเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองเสมือนอาคาร 3 มิติมาใช้สร้างแบบจำลองขึ้นมาเพื่อช่วยในการออกแบบให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในระบบปรับอากาศที่เป็นหัวใจคือ ห้องเครื่องทำน้ำเย็นและหอระบายความร้อน พื้นที่ห้องเครื่องทำน้ำเย็นอยู่บนชั้น 7.5 เป็นชั้นใต้หลังคาของอาคารที่ มีลักษณะของหลังคาเอียงลง

การใช้เทคโนโลยีสร้างแบบจำลองสามมิติหรือ BIM (Building Information Modeling) ทำให้ทราบถึงข้อจำกัดแต่ละส่วนงานในการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้นของงาน และนำข้อจำกัดไปออกแบบแก้ไข เช่นโครงสร้างหลังคาอาคารเหนือห้องเครื่องทำน้ำเย็น เมื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติแต่ละส่วนงานมาประสานกันในช่วงแรกของการออกแบบพบปัญหาเรื่องระดับความสูง จึงมีการเปลี่ยน รูปแบบโครงสร้างจากโครงเหล็กถักเป็นแบบคานเหล็ก เพื่อสร้างความสูงให้กับห้องเครื่องทำน้ำเย็นในจุดที่ต้องการ

ภาพจากโปรแกรม Revit (Autodesk) ห้องเครื่อง
Figure 8. รูปแสดงภาพจากโปรแกรม Revit (Autodesk) ห้องเครื่อง

ซึ่งเมื่อดำเนินการสร้างแบบจำลองไปจนครบทุกส่วนของอาคาร ยังสามารถนำแบบจำลองไป ถอดปริมาณวัสดุการ จำลองการเกิดควันในอาคาร การจำลองการหนีไฟ ใช้เป็นแบบก่อสร้าง และเป็นฐานข้อมูลในการซ่อมบำรุงอาคารต่อไป

C

onclusion

บทสรุป

อาคารสำนักงานสภาวิศวกรถือได้ว่าเป็นอาคารต้นแบบซึ่งมีทิศทางมุ่งไปยังความเป็น Well-Being ของผู้ใช้อาคาร ให้ผู้ใช้อาคารมีสุขภาพกายและใจที่ดีก่อให้เกิดผลิตผลของผลงาน (Productivity) รวมถึงได้คำนึงถึงการบริโภคทรัพยากรให้ต่ำที่สุด (Lean Resource Consumption) ทางผู้ออกแบบคณะผู้จัดทำหวังว่าแนวทางการออกแบบอาคารสำนักงานสภาวิศวกรจะประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย

About the Authors

Meet the Team

ณัฐพล ประชาเสรี

ณัฐพล ประชาเสรี

First Author · Lead Designer

วิศวกรออกแบบงานระบบประกอบอาคาร ผู้มีประสบการณ์ออกแบบมากกว่า 20 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท เน็กส์ อินโนเวชั่น จำกัด และบริษัท เน็กส์ ทูเอ็นดี จำกัด ทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบงานระบบหลักในอาคารสภาวิศวกร

ภัทรงค์ ไกรวัฒนพงศ์

ภัทรงค์ ไกรวัฒนพงศ์

Second Author

วิศวกรออกแบบงานระบบประกอบอาคาร ประสบการณ์ออกแบบมากกว่า 10 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เน็กส์ ทูเอ็นดี

นิชาภา ไข่นาค

นิชาภา ไข่นาค

BIM Specialist

วิศวกรออกแบบงานระบบทำหน้าที่ดูแลส่วนของงาน BIM MEP ในบริษัท เน็กส์ ทูเอ็นดี จำกัด และของงานสภาวิศวกร

อายุส สันถวะโกมล

อายุส สันถวะโกมล

Green Building Specialist

วิศวกรออกแบบงานระบบประกอบอาคาร ประสบการณ์ออกแบบมากกว่า 10 ปี เป็นผู้ประสานงานความต้องการทางอาคารเขียวกับบริษัทที่ปรึกษาอาคารเขียว

บริษัท เน็กส์ อินโนเวชั่น จำกัด & บริษัท เน็กส์ ทูเอ็นดี จำกัด
1616/1 Council of Engineers Building (Soi Lat Phrao 54), 4th Floor
Lat Phrao Road, Wang Thonglang Subdistrict, Wang Thonglang District, Bangkok 10310, Thailand
Tel: +66 86 577 8938  |  info@next-2nd.com  |  www.next-2nd.com